งานกล่องที่ล่าช้าเป็นสัปดาห์ส่วนใหญ่ไม่ได้ติดที่การผลิต แต่ติดที่การส่งไฟล์กลับไปกลับมา บทความนี้รวมทุกอย่างที่ต้องเตรียมสำหรับไฟล์ผลิตกล่อง พร้อมการตั้งค่าที่ถูกต้อง เพื่อให้ส่งครั้งเดียวแล้วเข้าสู่การผลิตได้เลย
Dieline คือหัวใจของทุกอย่าง
Dieline คือแบบแปลนกล่องที่กางออกเป็นแผ่นแบน แสดงเส้นตัด เส้นพับ และพื้นที่ทากาว งานออกแบบทั้งหมดต้องวางอยู่บน dieline นี้ ไม่ใช่ออกแบบเป็นภาพสวย ๆ แล้วให้โรงงานไปตัดเอาเอง
ปกติโรงงานเป็นคนทำ dieline ให้ตามขนาดที่คุณระบุ แล้วส่งกลับไปให้นักออกแบบวางกราฟิกลงไป ลำดับนี้ถูกต้องและควรทำแบบนี้ เพราะ dieline ต้องสัมพันธ์กับเครื่องจักรและความหนากระดาษจริง
เส้นบน dieline ที่ต้องเข้าใจ
- เส้นตัด (Cut line) ขอบนอกที่ใบมีดจะตัด
- เส้นพับ (Crease line) จุดที่กระดาษจะถูกกดให้พับได้
- พื้นที่ทากาว (Glue area) ห้ามมีหมึกพิมพ์หรือเคลือบทับ เพราะกาวจะไม่ยึด
- ระยะเผื่อตัดตก (Bleed) พื้นที่สีที่ต้องเลยเส้นตัดออกไป ปกติ 3–5 มม. รอบด้าน
- พื้นที่ปลอดภัย (Safe area) ตัวหนังสือและโลโก้ต้องอยู่ห่างจากเส้นตัดและเส้นพับอย่างน้อย 5 มม.
ไฟล์งานออกแบบ
รูปแบบที่โรงงานต้องการ
- AI (Adobe Illustrator) เป็นไฟล์ที่ดีที่สุด เพราะแก้ไขได้ทุกจุดถ้าต้องปรับ
- PDF แบบ Print Ready ใช้ได้ดี ต้อง export โดยฝังฟอนต์และคงเลเยอร์ไว้
- EPS ใช้ได้แต่ปัจจุบันนิยมน้อยลง
- ไม่ควรส่ง JPG, PNG, ไฟล์จากโปรแกรมนำเสนอ หรือไฟล์จากเครื่องมือออกแบบออนไลน์ที่ export เป็นภาพ เพราะขยายแล้วแตกและแยกสีไม่ได้
การตั้งค่าที่ต้องถูกต้อง
- โหมดสี — ค่าที่ถูก: CMYK ตั้งแต่เริ่มงาน ไม่ใช่แปลงตอนท้าย
- ความละเอียดภาพที่ฝัง — ค่าที่ถูก: อย่างน้อย 300 dpi ที่ขนาดจริง
- ฟอนต์ — ค่าที่ถูก: แปลงเป็น outline หรือส่งไฟล์ฟอนต์มาด้วย
- ระยะตัดตก — ค่าที่ถูก: 3–5 มม. รอบด้าน
- ขนาดไฟล์ — ค่าที่ถูก: สร้างที่ขนาดจริง 1 ต่อ 1 ไม่ย่อส่วน
- เลเยอร์ dieline — ค่าที่ถูก: แยกเป็นเลเยอร์ต่างหาก ตั้งเป็นสี spot และตั้งค่า overprint
ไฟล์แยกสำหรับงานตกแต่ง
งานฟอยล์ ปั๊มนูน และสปอต UV ต้องมีเลเยอร์ของตัวเองแยกจากงานพิมพ์ เพราะแต่ละอย่างใช้บล็อกคนละชิ้น
- สร้างเป็นเลเยอร์ชื่อชัดเจน เช่น FOIL, EMBOSS, SPOT-UV
- ใช้สี 100% เดียวล้วนในเลเยอร์นั้น เช่น K 100% เพื่อให้แยกออกได้ง่าย
- งานฟอยล์ควรหลีกเลี่ยงเส้นที่บางกว่า 0.3 มม. เพราะฟอยล์จะติดไม่เต็ม
- งานปั๊มนูนควรมีพื้นที่ที่ต่อเนื่อง ไม่ควรเป็นจุดเล็ก ๆ กระจัดกระจาย
- ถ้าฟอยล์กับปั๊มนูนอยู่ตำแหน่งเดียวกัน ต้องบอกให้ชัดว่าเป็นงานเดียวกันหรือสองงานซ้อน
ข้อมูลสีที่ต้องส่งมาด้วย
- รหัส Pantone พร้อมตัวอักษรต่อท้าย C หรือ U ให้ครบ
- ค่า CMYK ของสีหลักที่ต้องคุม
- ระบุว่าสีดำที่ใช้เป็น K 100% หรือ Rich Black
- ถ้ามีวัตถุตัวอย่างที่สีตรงตามต้องการ ส่งมาด้วยจะแม่นที่สุด
เหตุผลที่ต้องละเอียดขนาดนี้อยู่ที่ CMYK, Pantone และ Color Proof
ไฟล์โลโก้
ส่งโลโก้เป็นไฟล์เวกเตอร์แยกต่างหากเสมอ แม้จะวางไว้ในไฟล์งานแล้ว เพราะโรงงานอาจต้องใช้ทำบล็อกฟอยล์หรือปรับขนาดโดยไม่เสียคุณภาพ
- ไฟล์เวกเตอร์ AI, EPS หรือ SVG
- เวอร์ชันสีเต็ม สีเดียว และเวอร์ชันขาวสำหรับพื้นเข้ม
- ระบุระยะห่างขั้นต่ำรอบโลโก้ ถ้าแบรนด์มีคู่มือ
- ระบุขนาดที่เล็กที่สุดที่ยังใช้ได้ เพราะโลโก้ที่มีรายละเอียดเยอะจะเละเมื่อพิมพ์เล็กเกินไป
ข้อมูลบังคับตามกฎหมายที่ต้องมีบนกล่อง
อย่าลืมเผื่อพื้นที่สำหรับข้อมูลเหล่านี้ตั้งแต่ตอนออกแบบ เพราะการมาเพิ่มทีหลังทำให้เลย์เอาต์ที่วางไว้เสียหาย
- ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่าย
- เลขที่จดแจ้งหรือเลขทะเบียนตามประเภทสินค้า
- ส่วนประกอบ วิธีใช้ คำเตือน
- ปริมาณสุทธิ วันผลิตและวันหมดอายุ
- บาร์โค้ด ซึ่งต้องมีพื้นที่ขาวรอบและห้ามวางบนรอยพับ
ข้อกำหนดต่างกันตามประเภทสินค้า ควรตรวจกับหน่วยงานที่กำกับดูแลสินค้าของคุณโดยตรงก่อนสรุปแบบ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด
- ส่งไฟล์ที่ไม่มี bleed ทำให้เห็นขอบขาวหลังตัด
- วางตัวหนังสือใกล้เส้นพับเกินไป ทำให้ตัวอักษรอยู่บนสันกล่องพอดี
- ใช้ภาพจากอินเทอร์เน็ตที่ความละเอียดไม่พอ
- ลืมแปลงฟอนต์เป็น outline แล้วโรงงานเปิดไฟล์ได้ตัวหนังสือเปลี่ยนฟอนต์
- ออกแบบโดยไม่ใช้ dieline จริง แล้วต้องปรับใหม่ทั้งหมด
- ทากาวทับพื้นที่ที่พิมพ์เคลือบไว้ ทำให้กล่องหลุดกาว
- ลืมว่าลายที่ต่อกันข้ามมุมจะเหลื่อมได้ 1–2 มม. เสมอ
เช็กลิสต์ก่อนกดส่ง
- ไฟล์ AI หรือ PDF ที่วางบน dieline จริง
- ฟอนต์แปลง outline แล้ว
- โหมด CMYK และมี bleed ครบ
- เลเยอร์ฟอยล์ ปั๊มนูน สปอต UV แยกและตั้งชื่อชัดเจน
- รหัส Pantone ครบพร้อมตัวอักษรต่อท้าย
- ไฟล์โลโก้เวกเตอร์แยก
- รูปสินค้าจริงเพื่อให้โรงงานเข้าใจบริบท
- ระบุจำนวน วัสดุ และวันที่ต้องได้ของ ดู 9 ข้อมูลที่ต้องส่ง
สรุป
ไฟล์ที่ครบและตั้งค่าถูกช่วยร่นเวลาได้เป็นสัปดาห์ และตัดความเสี่ยงเรื่องพิมพ์ผิดออกไปเกือบทั้งหมด ถ้าคุณยังไม่มีนักออกแบบ บอกเรามาได้ เราทำ dieline และช่วยตรวจไฟล์ให้ก่อนเข้าผลิตทุกงาน
ส่งไฟล์หรือขอ dieline ได้ที่ หน้าติดต่อ หรือ LINE @brandboxmaker