BrandBoxMaker Journal

What You Can Get for 30, 50, 100 or 200 THB per Box

บทความราคากล่องส่วนใหญ่เริ่มจากคำถามว่า "อยากได้กล่องแบบไหน" แล้วค่อยตอบราคา บทความนี้ทำกลับด้าน คือเริ่มจากงบที่คุณมีจริงต่อใบ แล้วบอกว่าในงบระดับนั้นเลือกกล่องกระดาษแข็ง (จั่วปัง) หรือกล่องไดคัทแบบไหนได้บ้าง เพราะใน...

by BrandBoxMakerPublishedAugust 10, 2026Read time2 minBlog
BrandBoxMakerBlog

บทความราคากล่องส่วนใหญ่เริ่มจากคำถามว่า "อยากได้กล่องแบบไหน" แล้วค่อยตอบราคา บทความนี้ทำกลับด้าน คือเริ่มจากงบที่คุณมีจริงต่อใบ แล้วบอกว่าในงบระดับนั้นเลือกกล่องกระดาษแข็ง (จั่วปัง) หรือกล่องไดคัทแบบไหนได้บ้าง เพราะในทางปฏิบัติ เจ้าของแบรนด์มักรู้ก่อนว่าตัวเองแบ่งงบบรรจุภัณฑ์ได้เท่าไหร่ต่อชิ้น

ก่อนอ่านตาราง: ตั้งงบกล่องจากอะไร

หลักที่ใช้กันในวงการคือ ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดควรอยู่ราว 5–15% ของราคาขายปลีก สินค้าที่ขาย 500 บาท จึงมีงบกล่องประมาณ 25–75 บาท ส่วนสินค้าที่ขาย 2,000 บาทขึ้นไป มีที่ว่างให้กล่องระดับ 150–300 บาทได้สบาย ถ้าคุณกำลังจะจ่ายค่ากล่อง 200 บาทให้สินค้าที่ขาย 400 บาท นั่นไม่ใช่กล่องพรีเมี่ยม แต่คือการคำนวณผิด

อีกจุดที่คนลืมคือ งบต่อใบที่พูดถึงกันมักหมายถึงเฉพาะตัวกล่อง ยังไม่รวมโครงใน ริบบิ้น การ์ด สติกเกอร์ซีล และกล่องนอกสำหรับขนส่ง รวมแล้วอาจเพิ่มอีก 20–40% ให้เผื่อไว้ตั้งแต่ตอนตั้งงบ

งบใบละประมาณ 30 บาท

ระดับนี้ยังไม่ใช่โซนของกล่องจั่วปัง เว้นแต่จะสั่งจำนวนมากจริง ๆ สิ่งที่ทำได้ดีในงบนี้คือ

  • กล่องไดคัทพับได้ จากกระดาษอาร์ตการ์ด 350–400 แกรม พิมพ์ 4 สี เคลือบด้าน
  • งานตกแต่งเลือกได้หนึ่งอย่าง เช่น สปอต UV เฉพาะโลโก้ เพื่อให้มีมิติโดยไม่เพิ่มต้นทุนมาก
  • โครงในทำได้แค่แผ่นกระดาษพับกั้น ไม่ใช่ถาดขึ้นรูป
  • ต้องสั่งจำนวนหลักพันขึ้นไปจึงจะกดต้นทุนลงมาถึงระดับนี้ได้

เหมาะกับ สินค้าเสริมอาหาร เครื่องสำอางราคากลาง ขนม และสินค้าที่ขายผ่านหน้าร้านหรือมาร์เก็ตเพลสที่แข่งกันด้วยราคา

งบใบละประมาณ 50 บาท

เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเริ่มเลือกได้สองทาง

  • ทางที่หนึ่ง กล่องไดคัทเดิม แต่อัปเกรดกระดาษเป็นกระดาษพิเศษ หรือเพิ่ม ปั๊มฟอยล์ โลโก้จุดเดียว ได้ภาพลักษณ์ขึ้นชัดโดยโครงสร้างเท่าเดิม
  • ทางที่สอง กล่องจั่วปังฝาครอบขนาดเล็ก กระดาษแข็ง 1.5 มม. หุ้มกระดาษพิมพ์ ถ้าสั่งหลักพันใบขึ้นไป

คำแนะนำคือ ถ้าสินค้าเป็นของฝาก ของขวัญ หรือมีโอกาสถูกถ่ายลง Social ให้เลือกทางที่สอง เพราะน้ำหนักและความแข็งของกล่องจั่วปังสื่อสารราคาสินค้าได้ทันทีที่จับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ภาพถ่ายทดแทนไม่ได้

งบใบละประมาณ 100 บาท

เป็นงบที่ทำกล่องพรีเมี่ยมได้เต็มตัวในจำนวนหลักร้อยกลาง ๆ

  • กล่องจั่วปังฝาครอบ กระดาษแข็ง 2 มม. หุ้มกระดาษพิมพ์ 4 สี เคลือบด้าน
  • ปั๊มฟอยล์หรือปั๊มนูนได้หนึ่งตำแหน่ง
  • โครงในเป็นถาดกระดาษขึ้นรูปหรือ EPE หุ้มผ้า สำหรับสินค้าชิ้นเดียว
  • ถ้าสั่งหลักพันใบ ระดับนี้ขยับไปเป็นกล่องแม่เหล็กขนาดเล็กได้

เหมาะกับ น้ำหอม สกินแคร์ราคาสูง เครื่องประดับ ชาและกาแฟพิเศษ อ่านการเลือกโครงในให้พอดีสินค้าได้ที่ เปรียบเทียบโครงในกล่อง

งบใบละประมาณ 200 บาทขึ้นไป

ระดับนี้ไม่ได้ซื้อ "กล่องที่แข็งขึ้น" แต่ซื้อประสบการณ์การเปิด

  • กล่องแม่เหล็ก หรือกล่องลิ้นชักที่มีจังหวะเปิดสองชั้น
  • กระดาษหุ้มพิเศษ เช่น กระดาษผิวสัมผัสนุ่ม หรือหุ้มผ้า
  • โครงใน EVA ตัดเลเซอร์หุ้มกำมะหยี่ ล็อกสินค้าไม่ให้ขยับเลย
  • งานตกแต่งซ้อนกันได้ เช่น ปั๊มนูนคู่กับฟอยล์ในตำแหน่งเดียว
  • รองรับจำนวนน้อยระดับ 50–200 ใบได้ โดยราคาต่อใบยังไม่พุ่งจนรับไม่ไหว

เหมาะกับ กล่อง PR และ Influencer Kit ของขวัญองค์กร นาฬิกา เครื่องประดับ และสินค้าราคาหลักพันขึ้นไป

ตารางสรุปเทียบเร็ว

  • ราว 30 บาท — โครงสร้างที่ทำได้: กล่องไดคัทพับ · โครงใน: แผ่นกั้นกระดาษ · งานตกแต่ง: เลือกได้ 1 อย่าง · จำนวนที่ต้องสั่งให้ถึงงบ: หลักพันขึ้นไป
  • ราว 50 บาท — โครงสร้างที่ทำได้: ไดคัทเกรดสูง หรือจั่วปังใบเล็ก · โครงใน: ถาดกระดาษแบบง่าย · งานตกแต่ง: ฟอยล์จุดเดียว · จำนวนที่ต้องสั่งให้ถึงงบ: หลักพัน
  • ราว 100 บาท — โครงสร้างที่ทำได้: จั่วปังฝาครอบ 2 มม. · โครงใน: ถาดกระดาษ หรือ EPE · งานตกแต่ง: ฟอยล์ หรือปั๊มนูน · จำนวนที่ต้องสั่งให้ถึงงบ: หลักร้อยกลาง
  • 200 บาทขึ้นไป — โครงสร้างที่ทำได้: กล่องแม่เหล็ก หรือลิ้นชัก · โครงใน: EVA หุ้มกำมะหยี่ · งานตกแต่ง: ซ้อนได้หลายเทคนิค · จำนวนที่ต้องสั่งให้ถึงงบ: ตั้งแต่หลักสิบใบ

ตัวเลขเป็นช่วงประเมินเพื่อตั้งงบ ราคาจริงขึ้นกับขนาดกล่องและจำนวนที่สั่งเสมอ

ถ้างบยังไม่ถึงระดับที่อยากได้

อย่าลดคุณภาพทั้งใบ ให้ลดเป็นจุด ๆ แทน เช่น คงกล่องจั่วปังไว้แต่เปลี่ยนโครงในจาก EVA เป็นถาดกระดาษ หรือลดขนาดกล่องลง 5–10 มม. ทุกด้าน ซึ่งประหยัดทั้งกระดาษและค่าส่ง วิธีที่ลดได้จริงและจุดที่ไม่ควรแตะรวมไว้ที่ ลดต้นทุนกล่องโดยไม่ทำให้สินค้าดูถูก

สรุป

งบต่อใบเป็นตัวกำหนดโครงสร้างกล่องมากกว่าที่คนคิด และการรู้ว่าแต่ละระดับงบซื้ออะไรได้บ้าง ช่วยให้คุยกับโรงงานได้เร็วขึ้นมาก บอกงบต่อใบกับจำนวนที่ต้องการมาทาง หน้าติดต่อ หรือ LINE @brandboxmaker แล้วเราจะเสนอโครงสร้างที่อยู่ในกรอบงบให้เทียบกัน 2–3 ทาง พร้อมทำ mock-up จริงให้ดูก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ

Back to Blog
Share this article

Related Posts

Mooncake Boxes for 4, 6 and 8 Pieces

เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นช่วงที่กล่องมีผลต่อยอดขายมากที่สุดของปี เพราะสินค้าเกือบทั้งหมดถูกซื้อเป็นของฝาก ผู้ซื้อจึงตัดสินใจจากกล่องก่อนรสชาติ แต่หมวดนี้ก็มีข้อจำกัดเฉพาะที่ต่างจากกล่องของขวัญทั่วไป คือขนมมีน้ำหนักมาก บ...

Corporate Gift Boxes: Laying Out Multiple Items

โจทย์ของกล่องของขวัญองค์กรต่างจากกล่องสินค้าตรงที่ต้องใส่ของหลายชิ้นที่รูปทรงไม่เข้ากันเลย เช่น ขวดน้ำผึ้ง ถุงกาแฟ การ์ดอวยพร และของที่ระลึกอีกชิ้น ทั้งหมดต้องอยู่ในกล่องเดียวกันแล้วยังดูตั้งใจ ไม่ใช่ดูเหมือนของกองรวม...

PR Kits and Influencer Boxes at Three Budget Levels

กล่อง PR ต่างจากกล่องขายปลีกโดยพื้นฐาน เพราะไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อขายสินค้าให้คนที่เปิดกล่อง แต่ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนคนนั้นถ่ายวิดีโอแล้วส่งต่อไปยังคนอีกหลายหมื่นคน ตัวชี้วัดจึงไม่ใช่ต้นทุนต่อใบ แต่คือต้นทุนต่อการเข้า...